Perfil de Jiranan...หนุ่มรากหญ้า...FotosBlogListas Herramientas Ayuda

Jiranan Phengboon

Ocupación
Este espacio no contiene listas de música.

...หนุ่มรากหญ้า...

...ลิงน้อย...คอยรัก...
20 agosto

ความรัก=น้ำเปล่า...

ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน
ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น
ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด
ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน
หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง
เหมือนกับน้ำเปล่า คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ และอย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน
หรือน้ำอัดลมซ่าๆ มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้
เพราะน้ำเปล่า มีคุณประโยชน์เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม
ถึงมันจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง แต่น้ำเปล่า
มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ
น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ
เหมือนกับรักแท้ คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์
เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด

...?...

 
...บุญคุณ...ต้องทดแทน....หนี้แค้น..ต้องชำระ.....
14 agosto

สักวันหนึ่ง...

สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากร้องไห้
++โทรมา  ++เราสัญญาไม่ได้  ++ว่าจะทำให้เธอหัวเราะ  
++แต่เราจะร้องไห้ไปกับเธอ

สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกอยากจะวิ่งหนีจากทุกสิ่ง
++ไม่ต้องกลัวที่จะโทรหาเรา ++เราไม่สัญญาว่าจะขอให้เธอหยุด  
++แต่เราจะวิ่งไปกับเธอ

สักวันหนึ่งที่เธอรู้สึกไม่อยากจะฟังคำพูดของใคร
++โทรหาเรา ++เราสัญญาว่าจะอยู่กับเธอ
++และเราสัญญาว่าจะไม่พูดอะไร แต่ถ้าวันหนึ่งเธอโทรมา
แต่ไม่มีใครรับสาย
++รีบมาหาเรา
++เพราะเราอาจต้องการเธอ ++เพราะเราไม่เคยปฏิเสธเธอ

ขอโทษ...
++ถ้าเราทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเสียใจ ขอโทษ
++ถ้าเราเคยคิดว่าเราดีกว่าหรือเหนือกว่าเธอ

เรารักเธอนะ...
อย่าลืมเรื่องนี้ล่ะ! ไม่ว่าจะในเวลาที่สุขหรือเศร้า
เราจะอยู่ที่นี่เพื่อเธอ

ขอโทษ...
++สำหรับความผิดทุกอย่างที่เราได้ทำไป เราเขียนนี่ขึ้นมาเพื่อ
... จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้
++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้บอกลา หรือกอดเธออีกซักครั้ง
++ถ้าเราไม่มีโอกาสได้พูด ขอโทษ หรือ รัก
11 agosto

....ชีวิต....

เบื่อจัง...ช่วงนี้...รู้สึกว่าชีวิตวุ่นวายมาก...ทำอะไรก็ผิดพลาดบ่อยๆ...เรื่องบางเรื่อง....คิดอยู่ตั้งนาน...แต่แล้วก็ไม่ทำ...และก็ทำ...จนเสียเรื
04 agosto

สองทางเดิน....ที่แตกต่าง....

     วันนี้วันที่ ๔ สิงหาคม ๔๘ เพื่อนของผมส่วนหนึ่งที่สำเร็จการศึกษา.....จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์......รับปริญญา.....มีคนแสดงความยินดีกันมากมาย....ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่ง...ที่แสดงความยินดีกับเพื่อนของผม....ที่สามารถทำฝันของตนเอง...ฝันของพ่อแม่....ให้สำเร็จ........
     แต่ทว่า....ขณะที่กำลังทำงานอยู่นั้น....ก็ได้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง....มาบอกผมว่า....ต้องการเลือดด่วน....เนื่องจากคุณพ่อของอาจารย์ของผมท่านหนึ่ง......ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน......แต่เลือดไม่พอ....จึงขอความร่วมมือจากน้องๆ......
     .....ที่เขียนนี่....ไม่ใช่ว่าจะเป็นการมาชมตัวเองหรอกว่าเป็นคนดี....มีน้ำแต่....แต่สิ่งที่ผมคิดได้ระหว่างไปบริจาคเลือด...คือว่า....ทำไม...ทำไม....ทำไมคนที่ผมรู้จัก...สองคน...ถึงมีความรู้สึกไม่เหมือนกัน.....คนนึง....ดีใจมากที่สุดในชีวิต....เพราะได้รับปริญญา....อีกคนนึง....จะพูดว่าเศร้าใจที่สุดในชีวิตก็ได้...เพราะคุณพ่อไม่สบาย......
     .....นี่หรือ....ชีวิต......ต้องมีคนสุข.....และต้องมีคนทุกข์....ในเวลาเดียวกัน....ขึ้อยู่กับว่าคนพวกนั้นจะอยู่ที่ใดบนโลกนี้......  

บันทึกของ....เธอ....(ยาวหน่อยนะ...)

เรื่องยาว จากอีเมล์ฉบับหนึ่ง...


เหลือแค่เพียงความทรงจำดีๆ

บนรถเมล์ 23-12-99…
ตัวหนังสือสามารถบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปได้ดีกว่าคำพูดมากมายนัก
จึงไม่น่าแปลกที่ฉันจะหลงใหลในเสน่ห์ของตัวอักษรมาหลายปีดีดักแล้ว

 

ฉันมักจะเรียกตัวเองว่า "คนเขียนหนังสือ" อยู่เสมอ
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันคงเพราะว่าฉันเขียนหนังสือไม่ดีพอที่จะเรียกตัวเองว่า"กวี" ได้ล่ะมั้ง
โลกของตัวอักษรสวยงามนัก แค่มีปากกาสักด้าม เศษกระดาษสักแผ่น
และมีเขาคนนั้นเป็นพระเอกของเรื่องสักคนก็คงเพียงพอ
เรื่องราวความรักของฉันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
รู้เพียงแต่ว่าในสมุดบันทึกประจำวันของฉัน
มีชื่อเขาตั้งแต่วันมอบตัวทีเดียว

 

คงเพราะความบังเอิญที่ทำให้เราสองคนมักจะได้ทำอะไรด้วยกันเสมอ
ได้เล่นละครด้วยกัน
ได้นั่งคู่กันในห้องทดลองวิทยาศาสตร์
หรือแม้กระทั่งไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้ง
แต่เรากลับไม่ได้ใกล้ชิดกันเท่าที่ควร
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
จนวันหนึ่ง

"มีนอยากวาดรูปเหรอ เราสอนให้ก็ได้นะ"

 

นี่แหล่ะประโยคสำคัญที่ทำให้เราสองคนได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น
เขารีบกระวีกระวาดไปหากระดาษกับดินสอมาวางไว้ตรงหน้าฉัน
ไม่รู้ว่าวิญญาณครูไปสิงอยู่กับชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เขาลากเส้นเป็นตัวอย่างแล้วให้ฉันลองทำตามไปช้าๆ
ลมที่พัดแรงทำให้ผมของฉันปลิวจนยุ่งไปหมด

"ขอโทษนะ"

เขาพูดแล้วเอื้อมมือมาหยิบปอยผมของฉันที่ปลิว
เพื่อเหน็บหูของฉันไว้อย่างเดิม

"ขอบคุณนะเฟิร์ส" ฉันพูดเขินๆ

 

 

ใบหน้ากลายเป็นสีแดงระเรื่อ
เขายิ้มบางๆเหมือนกับจะบอกว่าไม่เป็นไร
หลังจากทนนั่งดูฉันลากเส้นที่ดูไม่ได้เอาเสียเลยมาเป็นเวลานาน
เขาก็ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจแล้ว
ส่ายหน้าไปมาอย่างหดหู่

"แย่กว่าเราตอนฝึกวาดใหม่ๆซะอีก"
เขาทำท่าทางเหมือนครูที่กำลังดุนักเรียนอยู่ยังไงยังงั้น

"ก็คนมันไม่เก่งนี่นา"
"ไม่ต้องสอนก็ได้นะ" ฉันบ่นเบาๆแล้ววางดินสอลงแรงๆ
เอาเหอะฝึกต่อไปละกันฮะ

"วาดรูปน่ะไม่ยากหรอกถ้ามีคนสอนดีๆอย่างเรา"
เขาบอกยิ้มๆ

ฉันส่ายหน้ากับความหลงตัวเองของเขาหลงตัวเองจริงๆนะนายเฟิร์สจอมเก๊ก
เราสนิทกันมากขึ้นทุกทีสนิทท่ามกลางเสียงแซวและวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนที่
"ไม่เว้นแม้แต่ในคาบเรียนสวีทกันจังเลยคู่นี้"
เสียงเพื่อนๆที่ดังมาจากด้านหลังห้องทำให้ฉันต้องวางดินสอลงอายๆ

"เฮ้ย! เธออย่าแซวซิ"
"เราไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นสักหน่อย" เฟิร์สแก้ตัวให้

เพื่อนๆทำสีหน้าไม่เชื่อ
แต่พอเห็นหน้าตาเอาเรื่องของฉันก็เลยจำใจต้องสงบปากสงบคำแล้วเดินหนีไปคุยกันที่
อื่นแทน

"ช่างเขาเหอะ"
ฉันพูดเบาๆแล้วก้มหน้าก้มตาวาดรูปต่อไป

"มีนเรามีอะไรจะบอก" เขาพูดท่าทางเขินๆ
อารายเหรออออ"
ฉันเงยหน้าขึ้นมองแล้วพูดลากเสียงยาว

"เราชอบผู้หญิงคนหนึ่งนะ"
สีหน้าอายๆของเขาทำให้ฉันแอบหวังอยู่ลึกๆว่านี่
คงจะเป็นวิธีการบอกรักทางอ้อมของเขา แต่….

"คนนั้นไง"
ว่าแล้วเขาก็ชี้ไปที่เพื่อนร่วมสถาบันคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู
ฉันหันไปยิ้มล้อ
บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลยจนนิดเดียว
อาจจะเป็นเพราะว่าฉันไม่เคยหวังให้เขามารัก
แค่รู้สึกรักเขาอยู่ฝ่ายเดียวก็พอ

เสียงออดบอกเวลาเลิกเรียนดังขึ้น
ฉันวางดินสอลงโดยอัตโนมัติ "เรากลับแล้วนะ" ฉันบอกเบาๆ
"ขอบคุณสำหรับการสอนวาดรูปและทุกๆอย่างนะ"
"มีนพูดเหมือนสั่งลาเลย" เขาพูดติดตลก
"อย่างกับเราจะไม่ได้สอนมีนอีกอย่างนั้นแหละ" "ใครจะไปรู้ล่ะ
ชีวิตมันไม่แน่หรอกเฟิร์ส" ฉันพูดทีเล่นทีจริง
แล้วเดินไปปิดกระจก
และประตูห้องเรียน เขาเดินมาช่วยอีกแรงหนึ่ง

"วันเสาร์เจอกันที่เรียนพิเศษแล้วกันนะ บ๊ายบาย"
เขาบอกลาแล้วโบกมือให้
ฉันยิ้มรับแล้วโบกมือตอบไป "กลับบ้านดีๆนะจ้ะหนูมีน"
เสียงตะโกนของเขาที่ดังตามหลังมา
ทำให้ฉันแอบอมยิ้มบางๆอย่างมีความสุข
ฉันนั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับเขานับตั้งแต่วันแรกที่รู้
จักกัน ตลอดเส้นทางกลับบ้าน
ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายที่แสนจะธรรมดาคนนี้จะกลายมาเป็นคนสำคัญของหัวใจ
ถึงจะรู้ว่าเขามีคนที่เขาชอบอยู่แล้ว
แต่นั่นก็ไม่สำคัญอะไรเพราะฉันก็ยังคงมีความสุขที่จะรักเขา
ที่จะได้เห็นรอยยิ้ม
ได้ยินเสียงหัวเราะของเขา
มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉันคนนี้แล้ว
ฉันหยิบภาพเหมือนของฉันที่เขาวาดให้ตอนวันเกิดขึ้นมาดู

"สุขสันต์วันเกิดนะครับ"
ฉันยังจำเสียงใสๆของเขาที่บอกตอนเช้าตรู่ในวันสำคัญของฉัน
"มีความสุขมากๆนะครับมีน"
รอยยิ้มจริงใจของเขาในวันนั้นยังบันทึกอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอมา….ไม่เคยลบเลือน

"โครมมมมมมม!!!!!!" เสียงดังขึ้นที่ถนนสายหนึ่ง
บรรดาไทยมุงต่างพากันมามุงดูเหตุการณ์รถคว่ำ
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถูกหามออกมา
กระดาษวาดเขียนตกลงมาจากมือที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดของเธอ
ชายแก่คนหนึ่งหยิบขึ้นมาดู
เห็นหยดเลือดเปรอะไปทั่วแผ่นกระดาษนั้น
แต่ก็พอจะมองเห็นลางๆ
ว่าเป็นภาพวาดของหญิงสาวที่กำลังยิ้มสดใสในชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดัง
มีลายมือที่เขียนไว้ใต้ภาพอย่างสวยงามว่า

"เพียงความทรงจำเฟิร์ส"

ชายแก่คนนั้นทิ้งภาพไว้ที่เดิมอย่างไม่ใคร่สนใจใยดีนัก
ลมเริ่มพัดกระหน่ำแรงขึ้นเรื่อยๆ
จนทำให้กระดาษแผ่นนั้นปลิวตกลงไปบริเวณลำคลองริมถนนและค่อยๆจมหายลงไปใต้ผืนน้ำนั้น
ผมได้สมุดเล่มนี้มาจากเพื่อนสนิทของเธอ
ผมเลยขอเขียนเรื่องนี้ให้จบด้วยมือของผมแทน

เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา
ผมไปเรียนพิเศษก็นึกแปลกใจอยู่ตะหงิดๆว่าทำไมเธอถึงไม่มาเรียน
เพราะปกติเธอไม่ใคร่จะชอบหยุดเรียนนัก
ก็บังเอิญผมไปพบเพื่อนสนิทของเธอเข้าพอดิบพอดี

"เฟิร์สรู้เรื่องมีนหรือยัง"
เขาถามผมทันทีที่พบกัน
สีหน้าของเขามีแววเศร้าๆปรากฏอยู่ ตาก็ดูบวมแดงผิดปกติ
"ยังครับ มีนทำไมเหรอ" ผมถามยิ้มๆ
เธอก็คงไม่สบายแต่อาจจะหนักหน่อยถึงยอมขาดเรียนวันนี้ผมคิด

"มีนรถคว่ำ"
"ตอนนี้อยู่ห้อง ICU โรงพยาบาล…………." เขาบอก

ผมอึ้งไปสักพักใหญ่ๆ
พอได้สติอีกทีก็มายืนอยู่หน้าห้อง ICU
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งข้างๆเพื่อนสนิทของเธอคนเดิม
เขาจัดการเป็นธุระไถ่ถามพยาบาลถึงเตียงของเธอเพราะไม่เห็นเธออยู่ที่เตียงเดิม

"เสียใจด้วยนะคะ คุณมีนาหัวใจล้มเหลวเมื่อ 15
นาทีที่แล้วค่ะ"
หูผมอื้อไปหมดจนไม่ได้ยิน
เสียงพยาบาลที่พูดอธิบายเรื่องราวต่อจากนั้น
ถ้าจะถามผมว่าวินาทีนั้นผมรู้สึกเช่นไร
ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
รู้เพียงแต่ว่าน้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาท่วมใบหน้าของผมตั้งแต่ได้รับรู้ว่า
เธอจากไปแล้ว ....

 

.....

..........

ผมอ่านบันทึกเล่มนี้หลังจากที่ร่างของเธอฌาปนกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผมเพิ่งรู้ว่าเธอรักผม
แต่ทำไมเธอถึงไม่รู้เลยว่าคำพูดที่ผมพร่ำบอกกับเธออยู่บ่อยครั้งว่า

"รักกับชอบแตกต่างกัน"
มันคือสิ่งที่ผมอยากให้เธอรับรู้
ผู้หญิงคนที่ผมเคยชี้ให้เธอดูคือคนที่ผมชอบ
แต่ผู้หญิงคนที่ผมรักคือ

"เธอคนนี้"

เธอคนที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้ผมอยู่เสมอ
เธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่าผมคิดอย่างไรกับเธอ
ถ้าผมสามารถขอพรวิเศษใดๆได้
ผมอยากจะขอแววตาคู่นั้นที่เคยจ้องมองผมด้วยความรู้สึกดีๆอยู่เสมอ
รอยยิ้มที่เคยมีให้เวลาผมท้อแท้
เสียงหัวเราะที่เคยทำให้โลกทั้งโลกดูสดใส

ผมอยากจะขอให้เธอกลับคืนมา

เธอคือรักครั้งแรกของผม
อาจต้องใช้เวลามากสักหน่อยในการทำใจว่า
ต่อจากนี้จะไม่มีเธออยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว....
ไม่มีคนที่เข้าใจและคอยห่วงใยผมตลอดมา
แต่ผมรู้เสมอว่าเธอจะคอยจ้องมองผมอยู่ห่างๆเหมือนอย่างเคย
เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอเรียกมันว่าความสุข
และเธอจะรอผมอยู่ ณ ที่แห่งนั้น
ตรงดินแดนแห่งความรักที่สร้างไว้สำหรับเราเพียงสองคน
สักวันผมจะไปหาเธอ

หลับให้สบายนะครับมีน
หลับตาเถอะนะแล้วเราก็จะพบกันอาจเป็นเพียงฝันก็พอใจ
หลับตาเถอะนะถึงตัวเราจะแสนไกลห่างกันเพียงไหนก็ใกล้เธอ

ชีวิตขีดเส้นทางไว้ให้เราเจอกันขีดทางที่ผกผันให้มีวันห่างไกล
หลับตานานนานคิดถึงวันเก่าจะยังมีเราสองคนหลับตาเถอะนะคนดี

30 julio

ความรัก...(๗)

ตื๊อ...เท่านั้นที่ครองโลก.....คำพูดคำนี้...ได้ยินมาตั้งแต่ไหนแต่ไร....เมื่อก่อนไม่เคยสนใจ...แต่เดี๋ยวนี้...เราคงต้องเอากลับมาคิดใหม่แล้วล่ะ...ว่าทำอย่างไร...ถึงจะครองโลกได้...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก.....แค่ได้ครองใจของคนที่เราชอบคนเดียวก็พอแล้ว.....เกิดมาก็เพิ่งรู้นี่แหละ.....ว่าการเอาชนะใจคนน่ะ....มันยากเย็น...เข็นใจขนาดนี้......บางครั้งเราก็ท้อนะ....แต่ว่าไม่ถอย....(แต่ก็ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปยังไงเหมือนกัน...??).....
 
No hay álbumes de fotos.